***เอนทรี่นี้มีเนื้อหาเกี่ยวกับแนวข้อสอบและรายละเอียดการเข้าสอบเข้ามหาวิทยาลัยคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์แบบสอบตรงของหลายมหาวิทยาลัย ในปีพ.ศ.2557***
 
 
 
เกริ่นซะหน่อย
ที่เขียนเอนทรี่นี้ขึ้นมาเพราะ ช่วงที่กำลังจะเอนทรานซ์
เราก็มาเสิร์ชหาในกูเกิ้ลเกี่ยวกับว่า ข้าสอบที่นั่นออกอะไรที่นี่ออกอะไร
ต้องเตรียมตัวแบบไหน แล้วถ้าเว็บไหนเขียนมีประโยชน์ เราก็จะถูกใจมากๆ5555
 
จริงๆแล้วหลังจากปี57ไป วิธีรับตรงก็อาจจะแตกต่างไปจากปีเราอีก
เพราะมันจะเปิดอาเซียนแล้ว ไม่รู้ว่าสุดท้ายแล้วระบบรับตรงจะถูกยกเลิกรึเปล่า
แต่ปีเราถือว่าการรับตรงมีอย่างแพร่หลาย มากมายก่ายกอง
แถมยังเป็นช่วงม็อบ ที่ทำให้ต้องเลื่อนแกทแพทรอบแรกด้วย55555
สอบตรงก็ยิ่งบูมเข้าไปใหญ่ เพราะไม่อยากรอถึงตอนแกทแพท
 
เล่าก่อน ว่าเราเป็นเด็กม.6ที่บดินทรเดชา ซึ่งในห้องไม่มีใครอยากเรียนถาปัตเลยยยยยยยย เพื่อนในกลุ่มก็จะเข้าหมอกันหมด มีเราคนเดียว อโลนสุดๆ โชคดีที่ห้องอื่นมีเพื่อนที่รู้จักอยากเรียนเหมือนกัน ก็เลยมีโอกาสได้เริ่มไปติวกันตั้งแต่ช่วงปิดเทอมขึ้นม.5
วิชาที่ใช้สอบตรงคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ ได้แก่
คณิตศาสตร์ 20%
วิทยาศาสตร์(ฟิสิกส์) 20%
ภาษาอังกฤษ 20%
ความถนัดสถาปัตย์ 40%
 
สำหรับสอบตรงทั้ง ศิลปากร, จุฬา จะเป็นแบบจัดสอบเอง วิชาตามนี้
 
แต่ถ้าเป็นอย่างสถาปัตลาดกระบังจะรับตรงจากคะแนนแกทแพทรอบแรก ปีเราเป็นปีแรกที่ใช้ pat2 ด้วย ปกติจะใช้แค่ pat1 กับ pat4(อันนี้คือถาปัตหลักกับแลนด์นะ)
มีอีกอันคือเกษตร เกษตรใช้คะแนนจาก 7 วิชาสามัญ(ใช้ ฟิสิกส์ อังกฤษ ไทย สังคม เลข) ส่วนวิชาความถนัดเกษตรจัดสอบเอง
 
 
 
 
เริ่มเลย
สนามที่1 : มศว.
มศว.เป็นสนามแรกของเด็กม.6 สอบเหนื่อยมาก ได้สนามสอบที่อิมแพ็ค คนเยอะมาก วุ่นวายมาก อย่าแปลกใจว่าไปสอบทำไม
เพราะจริงๆแล้วมศว.ไม่มีจัดสอบสถาปัตย์ค่ะ
เราไปสอบคณะเภสัช กับ คณะศิลปกรรม ออกแบบสื่อสาร หรือก็คือนิเทศน์ศิลป์ที่เรียกกันจนติดปาก
เนื่องจากมศว.จะแบ่งสอบออกเป็นสองวันคือวันสอบคณะทางสายศิลป์ กับคณะสายวิทย์ ทำให้สามารถเลือกไปสอบได้สองคณะ
เป็นวันเสาร์-อาทิตย์ ถ้าจำไม่ผิดก็คือ 21-22 กันยายน 2556
วันที่21สอบออกแบบสื่อสาร เราเป็นห่วงเรื่องการจราจรมาก เลยไปจองโรงแรมอยู่แถวๆนั้น แต่รู้ตัวช้าไป คนจองโรงแรมใกล้ๆกันเต็มหมดแล้วเลยต้องเขยิบออกมาหน่อย แนะนำว่าใครบ้านไกล พอรู้สนามสอบว่าตัวเองสอบอิมแพ็คแน่แล้วให้รีบจองโรงแรมเลย เพราะมันเต็มเร็วมาก อย่าหาว่าไม่เตือน วันสอบก็กะเวลาถึงสนามสอบก่อนอย่างต่ำหนึ่งชม. เราไปเซอร์เวย์สนามสอบก่อนวันสอบแล้ว เลยไม่ห่วงว่าจะหลงเท่าไหร่
สำหรับคนที่สอบออกแบบสื่อสาร คาบเช้าจะเป็นวิชาการ คาบบ่ายเป็นความถนัด แล้วก็วาดรูป อุปกรณ์ที่ใช้ใส่มามศว.จะไม่ค่อยเข้มงวดเพราะคนมันเยอะ เอาจริงๆ แทบจะลอกกันได้เลย ถ้าสอบอิมแพคน่ะนะ(โอนเงินพร้อมกันก็ได้นั่งใกล้กันแหละเออ)
วิชาการจะมีภาษาอังกฤษ(อย่างง่าย) ภาษาไทย(แนวทักษะการใช้ภาษา)
ความถนัด ข้อกาเป็นแนวพับกระดาษ กระดาษเจาะรูแล้วคลี่ ประวัติศิลป์นิดหน่อย (ระวังทำไม่ทัน) ข้อเขียนหรือก็คือวาดรูป ปีเราให้กระดาษa3มาแผ่นหนึง ออกแบบบัตรBTS และ MRTแบบ one day pass เพื่อเป็นที่ระลึกในการเปิดสมาคมอาเซียนในปี 2558 จะต้องมีคำว่า one day pass  (สิริรวมแล้วก็คือทำสองบัตร) ให้เวลา 3ชั่วโมง หรือ 2 ชั่วโมงครึ่งนี่แหละ(?)
เรื่องน้ำที่จะใช้กับสีโปสเตอร์ ไม่ต้องเป็นห่วง เพราะเข้าไปในห้องสอบ มีห้องน้ำ
แอร์ จัดว่าหนาว แต่เขาไม่ให้เอาเสื้อกันหนาวเข้าปีเรา ใบโอนเอย อะไรเอย ไม่ต้องปริ้นมา ใช้แค่บัตรประชาชน แต่ต้องจำเลขแถวตัวเองให้ได้นะ
ถือว่าสนุกดีนะ แต่พ่อแม่ควรไปด้วย เพราะตอนหาไรกินตอนพักแถวจะยาว ให้พ่อแม่เตรียมซื้อไว้ก่อนตั้งแต่ตอนยังไม่เลิก ห้องน้ำก็แถวยาวมาก โดยเฉพาะห้องน้ำหญิง ถ้าเดินคล่องๆแล้วเวลาเหลือ แนะนำให้เดินไปตึกที่มันไม่มีสอบแล้วเข้าห้องน้ำตึกนั้น อาจจะเร็วกว่า55555(ทำบ่อย ไม่ชอบต่อแถว) จบวันสอบออกแบบสื่อสาร ได้เพื่อนมาคนหนึง นั่งข้างๆกัน ชวนกันคุยแก้เบื่อเวลารอข้อสอบจนแลกไลน์กัน55555 นางน่ารักมาก
 
วันที่ 22 สอบเภสัช เราไม่ได้อ่านหนังสือไปเลย(เอาจริงๆก็ตั้งแต่วันแรกละล่ะ) อันนี้เราไม่คาดหวังอะไร เพราะคนสมัครเภสัชเยอะมากกก พวกจะเอนท์หมอจะลองสนามกันที่เภสัชนี่แหละ สอบไปเซ็งไป เบื่อไป ไม่มีอะไร ก็วิชาการทั้งนั้น มาครบ ฟิสิกส์ เคมี ชีวะ เลข ไทย อังกฤษ(คนละฉบับกับสายศิลป์นะคะ ยากกว่ามากกกก) มีทักษะการใช้ภาษา แล้วก็มีเป็นแนวตรรกะไรไม่รู้ ยากอยู่ ต้องคิด แบ่บ aทำงานซอยคู่ bทำงานซอยคี่ cทำงานตรงข้ามซอยที่bทำเท่านั้น dทำงานข้างซอยa eจะไม่ทำตรงข้ามซอยc  f g h.. อะไรก็ว่าไป แล้วก็จะมีคำถามสามสี่คำถาม เอาเป็นว่าข้ามไป ช่างแม่งเหอะ555555
 
ประกาศผลเดือน พ.ย. 
จบการสอบไปแบบมึนๆ555555
 
 
 
สนามที่2 : สถาปัตย์ศิลปากร
สถาปัตย์ศิลปากร คนสอบเยอะ 3000กว่าคน เพราะเกณฑ์เกรดอยู่ที่2.5 ถ้าจำไม่ผิด ของศิลปากรเขาจะกระจายสนามสอบไปตามรร.ต่างๆ เราได้สอบที่รร.วัดบวรฯ ซึ่งเป็นรร.ชายล้วน ห้องน้ำหญิงมีห้องน้ำเดียวทั้งรร. แถวอย่างยาว555555 เพื่อนเราบางคนก็ได้วัดบพิตรฯบ้าง สตรีวัดระฆังบ้าง ก็จะระแวกๆนี้
ของศิลปากรจะสอบสองวัน วันแรก(เสาร์ 12 ต.ค. 56)คาบเช้าเป็นอังกฤษ​ คาบบ่ายฟิสิกส์  วันสอง(อาทิตย์13 ต.ค. 56)คาบเช้าคณิต คาบบ่ายความถนัด
อังกฤษจำไม่ได้ว่ายากมั๊ย ส่วนฟิสิกส์กับเลข(ซึ่งเรากาก)จัดว่ายากและค่อนข้างพิศดารพันลึก ถ้าใครสมัครถาปัตย์ศิลปกร ที่เว็บมันจะมีให้โหลดข้อสอบเก่า อย่าลืมโหลดลองมาทำดูนะ55555 เลขกับฟิสิกส์มีข้อเขียนด้วย พาร์ทข้อเขียนเราทำไม่ทัน และทำไม่ได้ด้วย5555555 ไม่รู้จะมั่วเลขไรดี เลยเว้นว่างไปซะส่วนใหญ่ กะว่ากูยังไงก็ไม่ได้แล้วละว้า ปลง555
เพราะว่าของศิลปากรนี่ทุกวิชาห้ามต่ำกว่า25/100
มาถึงความถนัด ข้อกา ก็มีอะไรให้อ่านก็อ่านมาเหอะ แต่ไม่ออกนะ555555(อย่างง) ข้อเขียนเป็นงานสามชิ้น กระดาษสามแผ่น เป็นa4 ใครเตรียมพกกระดานa2มาก็เปลืองแรง5555(กุเอง)
แผ่นแรก เป็นโจทย์ออกแบบโลโก้ ให้ประวัติของชายคนหนึงมา ตอนเด็กอยู่ในห้องสี่เหลี่ยมทำให้เกลียดรูปทรงเรขาคณิตอะไรก็ว่าไป สรุปคือให้ออกแบบโลโก้บริษัทอุปกรณ์วิศวกรรมสำหรับช่วยเหลือสัตว์พิการของนายเอ
แผ่นสอง ให้ออกแบบบ้านปู่เย็น ที่อยู่ชายทะเล กำหนดพื้นที่มา แล้วก็กำหนดให้มี ห้องน้ำ ห้องนอน ห้องเก็บของ เป็นแนวสเก็ตดีไซน์อะแหละ แต่คือมันไม่ได้บอกในโจทย์ให้ตั้งชื่อ เราก็เลยไม่ได้ตั้ง ไม่รู้เสียคะแนนเปล่าoTL
แผ่นสาม โจทย์ตีฟ บรรยายยาวมาก สรุปคือ ให้วาดชุนชนเมือง ที่อาศัยอยู่ใต้ดิน เนื่องจากอุณหภูมิบนผิวโลกสูงเกินกว่าจะอยู่ได้ มีร้ายขายของ แต่ละบ้านอยู่กันอย่างพอเพียง พึ่งพาตนเอง ระบบคมนาคมขนส่งส่วนใหญ่ใช้ระบบท่อกับรอก อะไรก็ว่าไป
ตอนอ่านโจทย์ตีฟนี้ช็อกนิดหน่อย เพราะก่อนหน้านี้เคยทำโจทย์กรุงเทพร้อยปีข้างหน้า แล้วคือเราเห็นคนอื่นแม่งวาดทางกันกลางอากาศ เมืองล้ำนู่นี่นั่น เราเลยคิดแบบโจทย์นี้เป๊ะ วาดเป็นเมืองอยู่ใต้ดินมันซะเลย5555 แต่คือยังวาดไม่เสร็จ และไอ้ที่คิดไว้มันวาดนานมาก พอเจอโจทย์นี้ถึงจะช็อกที่ว่าเคยคิดมาแล้ว แต่สรุปก็ต้องคิดใหม่อยู่ดีเพราะตอนจะทำตีฟนี่เวลาเหลือน้อยมาก มัวแต่ปั้นกับโลโก้ ซึ่งจริงๆแล้วตีฟนี่คะแนนเยอะสุด5555(ตอนทำข้อสอบอย่าลืมอ่านว่าอันไหนคะแนนเท่าไหร่ก่อนนะหนูวๆ555) โจทย์ตีฟนี่บังคับขาวดำ เราก็ร่างซุยๆแล้วก็ลงปากดำโลดดดดด คือจำได้ว่าวาดซุยมาก บางส่วนที่ไม่สมจริงก็นัวเป็นดินเป็นเถาวัลย์ไป ตรงไหนจบไม่ลงก็นัวโลด บางส่วนของภาพเราเองยังอธิบายไม่ได้เลยว่ามันคืออะไร คือเติมให้มันดำๆเต็มๆเข้าไว้5555555 อัดเงาอัดเท็กเจอร์ ฝนอยู่จนวินาทีสุดท้าย แฮ่กๆ
จริงๆแล้วเราสมัครมัณฑณศิลป์ศิลปากรด้วย แต่ไม่ได้ไปสอบ เพราะตอนนั้นเราสภาพแย่มาก คือป่วย และวันที่สอบถาปัตศิลปากรกลับบ้านมาก็สลบไสลนอนตื่นมาละเมอเป็นฟิสิกส์ แม่เห็นสภาพแล้วก็เลยไม่ให้ไปสอบ ให้มาเมนจุฬาไปเลย เพราะช่วงนั้นเป็นอาทิตย์ที่สอบรัวมาก คือ
12-13 ต.ค.ถาปัตศิลปากร 
14-17 ต.ค.มัณฑณศิลป์ศิลปากร(เราสมัครหลายสาขา วันสอบวันแรกเป็นวิชาการ วันสองเป็นวาดเส้นที่ใช้ทุกสาขา ถ้าไม่ไปวันแรกหรือวันสอง วันหลังๆก็ไม่จำเป็นต้องไป555) 
และ 19-21 ต.ค.สถาปัตย์จุฬา
คือถ้าไปสอบมัณฑณศิลป์ ก็จะเหลือวันพักก่อนไปจุฬาวันเดียว แม่เห็นสภาพเราที่บอกว่าทำไม่ได้เลย จากการสอบศิลปากรก็ลั่นวาจาถามเราทันทีว่าสอบมัณฑณศิลป์ได้จะเอามั๊ย ตอนนั้นลังเล บวกงงๆ แต่ยังไงก็อยากได้ถาปัตมากกว่า ก็เลยตัดสินใจเชื่อแม่ ไม่ไปสอบเพื่อเตรียมตัวจุฬาให้แน่นขึ้น
 
 
 
สนามที่3 : สถาปัตย์จุฬาฯ
ถาปัตย์จุฬาสนามสอบที่เราได้คือวันแรก ฟิสิกส์ สอบตอนบ่าย ที่จุฬา 
วันสองเช้าสอบอังกฤษที่รร.วัดสุทธิ แล้วบ่ายสอบเลขที่จุฬา 55555อย่างง สอบสองที่วันเดียวกันนี่แหละ ตอนแรกก็ช็อกๆ แต่เวลามันห่างกันประมาณสามชั่วโมงถ้าจำไม่ผิด คือของจุฬาเขาจัดสอบพร้อมกันทุกคณะที่รับรอบนี้ ข้อสอบวิชาเดียวกันก็จะเป็นข้อสอบเดียวกันสอบเวลาเดียวกันทุกคณะ 
ส่วนวันสาม สอบความถนัดถาปัตตอนเช้าที่วัดสุทธิ
ของสนามนี้คนสอบน้อยกว่าศิลปากร เพราะเกณฑ์เกรดสูงกว่า รู้สึกจะต้องเกรด3.5อัพ
เราสอบถาปัตหลัก รับ60คน คนสอบประมาณ800(คิดว่านะ จำไม่ไ้ด้แล้ว) ส่วนแลนด์ ภายใน ผังเมืองอะไรงี้ รับ30คน
วันแรก(19ตุลา)สอบฟิสิกส์เราอย่างเฟล คือนอนไม่พอ แล้วห้องสอบที่จุฬามันหนาวมากกกกกก ละลืมเอาเสื้อกันหนาวมา ค่ดดดทรมาน เราก็ทำไปหลับไปเหม่อไปหนาวไป ส่วนตัวตอนอ่านข้อสอบคือเรารู้สึกว่ามันง่ายมาก แต่คือกุทำไม่ได้ งงมะ คือรู้ว่าข้อสอบอย่างนี้คนต้องทำได้เยอะแน่ๆ แต่กุคิดห่านไรไม่ออกเลยว่ะ สมองตื้อสุดๆ ออกจากห้องสอบเจอแม่ก็ร้องไห้เลย แบบเครียด แม่ก็ด่าอีก เฟลเกิร์ลสุด
วันสอง(20ตุลา)สอบอังกฤษที่วัดสุทธิก่อน สอบตั้งชั้น6หรือชั้